เกี่ยวกับทิพยประกันชีวิต


การกำกับการดูแลกิจการที่ดี

จรรยาบรรณและจริยธรรมในการดำเนินธุรกิจ

ธุรกิจประกันชีวิตถือว่ามีความสำคัญต่อระบบเศรษฐกิจของประเทศ อีกทั้งยังมีภาระผูกผันและความรับผิดชอบในระยะยาวต่อลูกค้า บริษัท ทิพยประกัน ชีวิตจำกัด (มหาชน) (บริษัทฯ) จึงยึดมั่นในเจตนารมณ์ของการดำเนินธุรกิจอันตั้งอยู่บนพื้นฐานของการบริหารจัดการตามหลักการกำกับดูแลกิจการที่ดี โดยยึดมั่นต่อ คุณธรรมและจริยธรรมในการดำเนินธุรกิจ มีความโปร่งใส ตรวจสอบได้และตระหนักถึงความรับผิดชอบต่อผู้มีส่วนได้เสียทุกฝ่าย โดยกรอบของจรรยาบรรณและ จริยธรรมที่บริษัทฯ ยึดถือเป็นหัวใจในการดำเนินธุรกิจ มีดังนี้

ความพร้อมในการตอบสนอง บริษัทฯ พร้อมให้การตอบสนองอย่างรวดเร็วต่อการเปลี่ยนแปลงต่างๆ ที่เกิดขึ้น ทั้งในแง่ของความต้องการของลูกค้า สภาวะทางเศรษฐกิจ เทคโนโลยีกฎระเบียบข้อบังคับ ตลอดจนบริบททางสังคมที่เปลี่ยนแปลงไป ทั้งนี้เพื่อให้การดำเนินธุรกิจของบริษัทฯ เป็นไปอย่างต่อเนื่อง ทันสมัย และสามารถตอบสนองความต้องการของทุกกลุ่มลูกค้าได้ทั้งในปัจจุบันและอนาคต

ความมุ่งมั่นสู่ความสำเร็จ บริษัทฯ มีความมุ่งมั่นสู่ความสำเร็จในทุกเป้าหมายการดำเนินธุรกิจภายใต้กรอบจรรยาบรรณและจริยธรรมนี้ซึ่งรวมถึงการ ส่งมอบผลิตภัณฑ์และบริการที่มีความเป็นเลิศให้แก่ลูกค้าและผู้มีส่วนได้เสีย และยึดมั่นในหลักการทำงานอย่างมืออาชีพและมีความรับผิดชอบต่อทุกขั้นตอนการ ดำเนินงาน

ความรับผิดชอบต่อผู้มีส่วนได้เสีย บริษัทฯ ตระหนักถึงความรับผิดชอบต่อผู้มีส่วนได้เสียทุกฝ่าย ด้วยบริษัทฯ มีความเชื่อว่าการดำเนินธุรกิจด้วยความ รับผิดชอบและเป็นธรรมต่อผู้มีส่วนได้เสียทุกฝ่ายนั้นจะนำมาสู่ผลการดำเนินงานที่เติบโตอย่างแข็งแกร่งและยั่งยืน

ความไว้วางใจได้ บริษัทฯ มีวิสัยทัศน์ที่จะมุ่งมั่นเป็นคู่คิดที่ลูกค้าวางใจ ยึดหลักการทำงานที่มีลูกค้าเป็นศูนย์กลาง รวมถึงใช้หลักการบริหารจัดการที่ดี ภายใต้หลักธรรมาภิบาล โดยระบบการทำงานที่มีประสิทธิภาพ เพื่อสร้างความเชื่อมั่นแก่ลูกค้า ตลอดจนผู้มีส่วนได้เสียทุกฝ่าย

ความยุติธรรม บริษัทฯ ยึดมั่นในการประกอบธุรกิจอย่างยุติธรรม ไม่เอารัดเอาเปรียบ โดยยึดมั่นจรรยาบรรณและจริยธรรมในทุกขั้นตอนการ ดำเนินงาน พร้อมคำนึงถึงหลักความเสมอภาคในการให้บริการลูกค้าอย่างแน่วแน่

คุณธรรม บริษัทฯ ยึดมั่นในการประกอบธุรกิจอย่างมีคุณธรรม ซื่อสัตย์สุจริต รวมถึงส่งเสริมให้คณะกรรมการ และพนักงานของบริษัทฯ ประพฤติ ปฏิบัติตนตามกรอบจรรยาบรรณและจริยธรรมของกรรมการและพนักงาน และหลีกเลี่ยงการกระทำที่จะทำให้เกิดความขัดแย้งทางผลประโยชน์ ตลอดจนการทุจริต คอร์รัปชั่น ทุกรูปแบบ

การปฏิบัติอย่างถูกต้องตามกฎหมาย บริษัทฯ ยึดมั่นในการดำเนินธุรกิจอย่างถูกต้องตามกฎหมายและกฎระเบียบข้อบังคับที่เกี่ยวข้องอย่างเคร่งครัด รวมถึงยึดมั่นในหลักการบริหารจัดการตามหลักการกำกับดูแลกิจการที่ดี ตลอดจนพยายามหลีกเลี่ยงการดำเนินการใดและการสนับสนุนใดๆ ที่มีความเสี่ยงต่อการกระทำผิดกฎหมาย กฎระเบียบ ข้อบังคับ และจรรยาบรรณและจริยธรรมในการดำเนินธุรกิจ


กรอบการกำกับดูแลกิจการที่ดีและกระบวนการควบคุมภายในของบริษัท

บริษัท ทิพยประกันชีวิต จำกัด (มหาชน) (บริษัทฯ) ตระหนักถึงความสำคัญของการกำกับดูแลกิจการหรือ Corporate Governance ด้วยเชื่อว่าการบริหารงานที่ยึดถือหลักความโปร่งใส สามารถตรวจสอบได้ดำเนินธุรกิจด้วยความซื่อสัตย์ปราศจากการคอร์รัปชั่น รวมถึงการมีความรับผิดชอบและให้ความเป็นธรรมต่อผู้มีส่วนได้เสียทุกกลุ่มนั้น เป็นหัวใจสำคัญที่จะนำไปสู่ความสำเร็จ ซึ่งจะนำมาสู่ผลการดำเนินงานที่เติบโตอย่างแข็งแกร่งและยั่งยืน เพื่อสร้างความมั่นใจ และความเชื่อมั่นต่อผู้มีส่วนได้เสียทุกกลุ่ม โดยคณะกรรมการบริษัทฯ ได้อนุมัตินโยบายการกำกับดูแลกิจการ รวมถึงจรรยาบรรณและจริยธรรมทางธุรกิจของบริษัท เพื่อให้กรรมการและพนักงานทุกคนยึดถือเป็น แนวทางในการปฏิบัติอย่างเคร่งครัด นอกจากนี้ยังได้กำหนดให้มีการดูแลการปฏิบัติงานให้เป็นไปอย่างมีมาตรฐานในระดับสากลและถูกต้องตามหลักกฎหมาย รวมถึงเป็นไปตามแนวปฏิบัติตามกฎระเบียบและข้อบังคับของหน่วยงานกากับดูแลธุรกิจอย่างเคร่งครัด ทั้งนี้หลักการและแนวปฏิบัติที่ดีเกี่ยวกับการกำกับดูแลกิจการที่บริษัทฯ ยึดถือมาตลอดนั้น แบ่งเป็น 5 หมวด ได้แก่

1. สิทธิของผู้ถือหุ้น

บริษัทฯ ได้ให้ความสำคัญกับสิทธิของผู้ถือหุ้น ได้แก่ สิทธิในการเข้าร่วมประชุมผู้ถือหุ้น สิทธิในการมอบฉันทะให้บุคคลอื่นเข้าประชุมและให้สิทธิในการออกเสียงแทน โดยเน้นหลักการในเรื่องของความเป็นอิสระและเท่าเทียม โดยบริษัทฯได้มีการจัดทำและเปิดเผยข้อมูลผลการดำเนินงานให้กับผู้ถือหุ้นเพื่อให้ผู้ถือหุ้นได้มีข้อมูลที่ถูกต้อง ครบถ้วน และเพียงพอต่อการพิจารณาในแต่ละวาระก่อนการประชุมตามเวลาอันสมควร การให้สิทธิในการแต่งตั้งหรือถอดถอนกรรมการเป็นรายบุคคล สิทธิในการออกเสียงลงคะแนน แต่งตั้งและกำหนดสินจ้างผู้สอบบัญชีสิทธิในการออกเสียงลงคะแนนในกิจการต่างๆ ที่สำคัญสิทธิในการรับเงินปันผล สิทธิในการแสดงความคิดเห็นและซักถามในการประชุมผู้ถือหุ้น สิทธิในการกำหนดหรือแก้ไขข้อบังคับบริษัทฯ และหนังสือบริคณห์สนธิ พิจารณาเรื่องการลดทุนหรือเพิ่มทุน และการอนุมัติธุรกรรมที่สำคัญและมีผลต่อทิศทางในการดำเนินธุรกิจ เป็นต้น นอกจากนี้บริษัทฯยังสนับสนุนให้ผู้ถือหุ้นทุกรายเข้าร่วมประชุมผู้ถือหุ้น โดยจัดส่งหนังสือเชิญประชุมพร้อมด้วยวาระและเอกสารประกอบการประชุมให้แก่ ผู้ถือหุ้นอย่างน้อย 14 วันก่อนวันประชุม โดยรายงานการประชุมจะมีข้อมูลดังต่อไปนี้

(1) เนื้อหาการประชุมอย่างถูกต้องครบถ้วน

(2) รายชื่อกรรมการผู้เข้าร่วมประชุมและกรรมการที่ลาประชุม

(3) คำถามคำตอบในประเด็นที่มีผู้ถือหุ้นซักถามและผลการลงคะแนนในแต่ละวาระ

ซึ่งเป็นไปตามกฎหมายและข้อบังคับของบริษัท

2. การปฏิบัติต่อผู้ถือหุ้นอย่างเท่าเทียมกัน

บริษัทฯ ได้คำนึงถึงการสร้างความมั่นใจให้กับผู้ถือหุ้นว่า คณะกรรมการบริษัทและฝ่ายจัดการจะบริหารจัดการงบประมาณอย่างเหมาะสม ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญต่อความมั่นใจของผู้ถือหุ้น ดังนั้นจึงมีการกำกับดูแลให้ผู้ถือหุ้นได้รับการปฏิบัติและปกป้องสิทธิขั้นพื้นฐานที่ได้กล่าวไว้แล้วในหลักข้อแรกอย่างเท่าเทียมกัน นอกจากนี้คณะกรรมการบริษัทได้กำหนดให้กรรมการบริษัทและผู้บริหารทำการเปิดเผยข้อมูลเกี่ยวกับส่วนได้เสียของตนและผู้ที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้คณะกรรมการสามารถพิจารณาธุรกรรมของบริษัทฯ ที่อาจมีความขัดแย้งของผลประโยชน์ และสามารถตัดสินใจเพื่อประโยชน์ของบริษัทฯ โดยรวม ทั้งนี้กรรมการบริษัทและผู้บริหารที่มีส่วนได้เสียกับธุรกรรมที่ทำกับ บริษัทฯ จะไม่มีส่วนร่วมในการตัดสินใจทำธุรกรรมดังกล่าว

3. บทบาทของผู้มีส่วนได้เสีย

บริษัทฯ ได้ให้ความสำคัญต่อสิทธิของผู้มีส่วนได้เสียทุกกลุ่ม ได้แก่ ผู้ถือหุ้น ลูกค้า คู่ค้า เจ้าหนี้พนักงาน คู่แข่งทางการค้า และสังคม โดยคำนึงถึงสิทธิของผู้มีส่วนได้เสียดังกล่าวตามกฎหมายหรือตามข้อตกลงที่มีกับบริษัทฯ และไม่กระทำการใดๆ ที่เป็นการละเมิดสิทธิของผู้มีส่วนได้เสียเหล่านั้นดังนี้

  • ผู้ถือหุ้น บริษัทฯ มุ่งมั่นให้มีผลการดำเนินงานที่ดีอย่างต่อเนื่อง รวมถึงให้ความสำคัญกับสิทธิของผู้ถือหุ้นและ การปฏิบัติต่อผู้ถือหุ้นอย่างเท่าเทียมกัน คณะกรรมการบริษัท ต้องอำนวยความสะดวก แก่ผู้ถือหุ้นเพื่อที่จะสามารถใช้สิทธิต่างๆ ได้อย่างเต็มที่
  • ลูกค้า บริษัทฯ ให้ความสำคัญในเรื่องการเข้าใจความต้องการของลูกค้าอย่างแท้จริง เพื่อส่งมอบผลิตภัณฑ์และบริการที่ดีที่สุด โดยคำนึงถึงความพึงพอใจของลูกค้าของบริษัทฯ คณะกรรมการบริษัท และพนักงานทุกคนจึงต้องปฏิบัติหน้าที่โดยยึดลูกค้าเป็นศูนย์กลาง ในการส่งมอบผลิตภัณฑ์และบริการที่มีคุณภาพ ภายใต้เงื่อนไขที่เป็นธรรม
  • คู่ค้า และ/หรือ เจ้าหนี้บริษัทฯ จะปฏิบัติต่อคู่ค้า และ/หรือ เจ้าหนี้ตามเงื่อนไขการค้าและปฏิบัติตามสัญญา โดยประพฤติตามกรอบกติกาการแข่งขันที่ดีและไม่ใช้วิธีการที่ไม่สุจริต
  • พนักงาน บริษัทฯ มีนโยบายผลตอบแทนและสวัสดิการที่เป็นธรรม พร้อมเสนอโอกาสในการฝึกอบรมหาความรู้เพิ่มเติม รวมถึงการดูแลรักษาสภาพแวดล้อม ในการทำงานให้มีความปลอดภัยต่อชีวิตและทรัพย์สินของพนักงาน
  • คู่แข่งทางการค้า บริษัทฯ จะประพฤติตามกรอบกติกาการแข่งขันที่ดีและไม่ใช้วิธีการที่ไม่สุจริต เพื่อทำลายคู่แข่งทางการค้า
  • สังคม ในการปฏิบัติหน้าที่ตามที่ได้รับมอบหมายนั้น ต้องคำนึงถึงความรับผิดชอบต่อสังคม และยึดมั่นในการดูแลรักษาสิ่งแวดล้อม คุณภาพชีวิตของคนในสังคม ตลอดจนขนบธรรมเนียมและประเพณีท้องถิ่น ตามแนวนโยบายของบริษัทฯ ที่ให้การสนับสนุน ทั้งในด้านกิจกรรมเพื่อสังคม การศึกษา ศาสนา ศิลปวัฒนธรรม และสิ่งแวดล้อมอย่างต่อเนื่อง
  • การไม่ละเมิดทรัพย์สินทางปัญญาหรือลิขสิทธิ์ บริษัทจะไม่กระทำการใดๆ ที่เป็นการละเมิดทรัพย์สินทางปัญหาหรือลิขสิทธ์ิของผู้มีส่วนได้เสียทุกฝ่าย รวมถึงกำหนดนโยบายการใช้งานระบบเทคโนโลยีสารสนเทศอย่างมั่นคงปลอดภัย โดยให้ซอฟต์แวร์ใดๆ ที่นำมาใช้ในระบบสารสนเทศของบริษัท ต้องได้รับอนุญาตและมีลิขสิทธิ์ถูกต้องตามกฎหมายเท่านั้น

4. การเปิดเผยข้อมูลและความโปร่งใส

บริษัทฯ มีนโยบายและถือแนวทางปฏิบัติในการเปิดเผยข้อมูล เพื่อให้ผู้ถือหุ้นและผู้มีส่วนได้เสียมั่นใจในการดำเนินงานที่มีความโปร่งใสสามารถตรวจสอบได้โดยการ เปิดเผยข้อมูลสำคัญที่เกี่ยวข้องกับบริษัทฯ ทั้งข้อมูลทางการเงินและข้อมูลที่มิใช่ข้อมูลทางการเงินอย่างถูกต้อง ครบถ้วน ทันเวลา โปร่งใส ผ่านช่องทางที่เข้าถึงข้อมูลได้ง่าย มีความเท่าเทียมกันและน่าเชื่อถือ เช่น การเปิดเผยข้อมูลฐานะทางการเงินและผลการดำเนินงานในแต่ละไตรมาสบนเว็บไซต์ www.dhipayalife.co.th การเผยแพร่รายงานความรับผิดชอบของคณะกรรมการบริษัทต่อรายงานทางการเงินควบคู่กับรายงานของผู้สอบบัญชีรวมทั้งการเปิดเผยบทบาทหน้าที่ของคณะกรรมการบริษัท และคณะกรรมการชุดย่อยไว้ในรายงานประจำปี

5. ความรับผิดชอบของคณะกรรมการ

คณะกรรมการบริษัทมีอำนาจหน้าที่และความรับผิดชอบในการดำเนินกิจการของบริษัทฯ ด้วยความซื่อสัตย์สุจริต ยึดมั่นในการปฏิบัติตามนโยบายต่อต้านการคอร์รัปชั่น และพึงหลีกเลี่ยงปัญหาในเรื่องความขัดแย้งทางผลประโยชน์เพื่อระมัดระวังรักษาผลประโยชน์ของบริษัทฯโดยรวม โดยไม่จำกัดเฉพาะผู้ถือหุ้นกลุ่มใด หรือรายใดมีอำนาจหน้าที่กำกับดูแลบริษัทฯ ในการกำหนดนโยบายการดูแลให้มีกระบวนการบริหารจัดการที่เหมาะสม มีระบบการติดตามตรวจสอบให้ปฏิบัติตามนโยบายและกฎหมายที่เกี่ยวข้อง รวมถึงข้อพึงปฏิบัติที่ดี ซึ่งหน่วยงานกำกับดูแลได้ประกาศใช้


นโยบายต่อต้านการคอร์รัปชั่น

บริษัท ทิพยประกันชีวิตจำกัด (มหาชน) (บริษัทฯ) ตระหนักถึงความสำคัญในการดำเนินธุรกิจและการบริหารงาน ด้วยความซื่อสัตย์สุจริต โปร่งใส และมีความรับผิดชอบต่อสังคมและผู้มีส่วนได้เสียทุกฝ่ายตามหลักการกำกับดูแลกิจการที่ดี บริษัทฯ จึงได้จัดทำนโยบายต่อต้านการคอร์รัปชั่นฉบับนี้ขึ้น โดยมีวัตถุประสงค์ห้ามการคอร์รัปชั่นทุกรูปแบบไม่ว่าจะกระทำโดย กรรมการ ผู้บริหาร พนักงาน ตลอดจนบุคคลที่สาม ที่มีความเกี่ยวข้องกับบริษัทฯ โดยที่บริษัทฯ ไม่ยอมรับการคอร์รัปชั่นใดๆ ทั้งสิ้น โดยครอบคลุมถึงธุรกิจและทุกหน่วยงานที่รับผิดชอบ และรายการทั้งหมดในทุกประเทศ พร้อมกันนี้ บริษัทฯ ได้กำหนดขั้นตอนเพื่อต่อต้านการคอร์รัปชั่นอย่างละเอียด เพื่อให้การปฏิบัติเป็นไปตามนโยบายนี้ บริษัทฯ จะสอบทานขั้นตอนการปฏิบัติงานอย่างสม่ำเสมอ เพื่อให้เหมาะสมกับการประกอบธุรกิจ และเป็นไปตามกฏหมาย ทั้งนี้กรรมการ ผู้บริหาร และพนักงานต้องปฏิบัติตามนโยบายนี้โดยทั่วกัน

“คอร์รัปชั่น” (Corruption) หมายถึง การทุจริตในรูปแบบใดๆ โดยการให้ ขอให้ หรือรับว่าจะให้ ทรัพย์สินหรือประโยชน์อื่นใดแก่ เจ้าพนักงาน สมาชิกสภานิติบัญญัติแห่งรัฐ สมาชิกสภาจังหวัด สมาชิกสภาเทศบาล หรือเจ้าพนักงานหน่วยงานของรัฐอื่น องค์กร หน่วยงานหรือบุคคลอื่นใดก็ตาม เพื่อจูงใจให้กระทำการใด ไม่กระทำการใด หรือประวิงการกระทำ อันมิชอบด้วยหน้าที่ เพื่อให้ได้มาซึ่งประโยชน์อื่นใดหรือรักษาไว้ซึ่งประโยชน์อื่นใด สำหรับตนเองหรือผู้อื่น

การทุจริตในรูปแบบใดๆ โดยการเรียก รับ หรือยอมจะรับ ทรัพย์สินหรือประโยชน์อื่นใดสำหรับตนเองหรือผู้อื่นโดยมิชอบ เพื่อกระทำการหรือไม่กระทำการอย่างใดในหน้าที่ ไม่ว่าการนั้นจะชอบหรือมิชอบด้วยหน้าที่ก็ตามทั้งนี้ รวมถึงการกระทำพฤติกรรมใดๆ ที่ส่อไปในทางของการทุจริตดังกล่าวข้างต้น

การสรรหาและการแต่งตั้งกรรมการ กรรมการอิสระ และผู้บริหาร

คณะกรรมการบริษัทได้มอบหมายหน้าที่ในด้านการสรรหากรรมการของบริษัท รวมทั้งตำแหน่งผู้บริหารระดับสูง ให้แก่คณะกรรมการสรรหาและกำหนด ค่าตอบแทนเป็นผู้กำหนดหลักเกณฑ์และดำเนินการสรรหา เมื่อตำแหน่งนั้นครบวาระหรือว่างลง โดยมีขั้นตอน ดังนี้

1) พิจารณาทบทวนโครงสร้างและองค์ประกอบ รวมทั้งขนาดของคณะกรรมการบริษัทให้ เหมาะสมกับองค์กรและสอดคล้องกับสภาพทางธุรกิจที่เปลี่ยนไป โดยคณะกรรมการบริษัทประกอบด้วยบุคคลที่มีความรู้ความสามารถ มีประสบการณ์ในด้านต่างๆ และสามารถมีส่วนร่วมสนับสนุนการดาเนินธุรกิจของ บริษัทให้มั่นคงและยั่งยืน

2) พิจารณาทบทวนคุณสมบัติทั่วไป คุณสมบัติเฉพาะของกรรมการ กรรมการอิสระ และผู้บริหารระดับสูงและ/หรือหลักเกณฑ์ในการสรรหาเพื่อให้เหมาะสมกับสถานการณ์และเป็นไปตาม ข้อกำหนดของตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย

1. ถือหุ้นไม่เกิน 1 % ของจำนวนหุ้นที่มีสิทธิออกเสียงทั้งหมดของบริษัท* ทั้งนี้ให้นับรวมการถือหุ้นของผู้ที่เกี่ยวข้องของกรรมการอิสระราย นั้นๆ ด้วย

2. ไม่เป็นหรือเคยเป็นกรรมการที่มีส่วนร่วมบริหารงาน ลูกจ้าง พนักงาน ที่ปรึกษาที่ได้เงินเดือนประจำ หรือผู้มีอำนาจควบคุมของบริษัท* เว้นแต่จะได้พ้นจากการมีลักษณะดังกล่าวมาแล้วไม่น้อยกว่า 2 ปี

3. ไม่เป็นบุคคลที่มีความสัมพันธ์ทางสายโลหิตของกรรมการรายอื่น ผู้บริหารบริษัท ผู้ถือหุ้นรายใหญ่ ผู้มีอำนาจควบคุม หรือบุคคลที่จะได้รับ การเสนอให้เป็นกรรมการ ผู้บริหารหรือผู้มีอำนาจควบคุมของบริษัทหรือบริษัทย่อย

4. ไม่มีหรือเคยมีความสัมพันธ์ทางธุรกิจกับบริษัท* ในลักษณะที่อาจเป็นการขัดขวาง การใช้วิจารณญาณอย่างอิสระของตน รวมทั้งไม่เป็น หรือเคยเป็นผู้ถือหุ้นที่มีนัย หรือผู้มีอำนาจควบคุม ของผู้ที่มีความสัมพันธ์ทางธุรกิจกับบริษัท* เว้นแต่จะได้พ้นจากการมีลักษณะดังกล่าว มาแล้วไม่น้อยกว่า 2 ปี

5. ไม่เป็นหรือเคยเป็นผู้สอบบัญชีของบริษัท* และไม่เป็นผู้ถือหุ้นที่มีนัย ผู้มีอำนาจควบคุม หรือหุ้นส่วนของสำนักงานสอบบัญชีซึ่งมีผู้สอบ บัญชีของบริษัท* เว้นแต่จะได้พ้นจากการมีลักษณะดังกล่าวมาแล้วไม่น้อยกว่า 2 ปี

6. ไม่เป็นหรือเคยเป็นผู้ให้บริการทางวิชาชีพใด ๆ ซึ่งรวมถึงการให้บริการเป็น ที่ปรึกษากฎหมายหรือที่ปรึกษาทางการเงิน ซึ่งได้รับค่าบริการเกินกว่า 2 ล้านบาทต่อปีจากบริษัท* และไม่เป็นผู้ถือหุ้นที่มีนัย ผู้มีอำนาจควบคุม หรือหุ้นส่วนของผู้ให้บริการทางวิชาชีพนั้นด้วย เว้นแต่จะได้พ้นจากการมีลักษณะดังกล่าวมาแล้วไม่น้อยกว่า 2 ปี

7. ไม่เป็นกรรมการที่ได้รับการแต่งตั้งขึ้นเพื่อเป็นตัวแทนของกรรมการของบริษัท ผู้ถือหุ้นรายใหญ่ หรือผู้ถือหุ้นซึ่งเป็นผู้ที่เกี่ยวข้องกับผู้ถือ หุ้นรายใหญ่

8. ไม่ประกอบกิจการที่มีสภาพอย่างเดียวกันและเป็นการแข่งขันที่มีนัยกับกิจการของบริษัทหรือบริษัทย่อย หรือไม่เป็นหุ้นส่วนที่มีนัยในห้างหุ้นส่วน หรือเป็นกรรมการที่มีส่วนร่วมบริหารงาน ลูกจ้าง พนักงาน ที่ปรึกษาที่รับเงินเดือนประจำ หรือถือหุ้นเกิน 1 % ของจำนวนหุ้นที่ มีสิทธิออกเสียงทั้งหมดของบริษัทอื่น ซึ่งประกอบกิจการที่มีสภาพอย่างเดียวกันและเป็นการแข่งขันที่มีนัยกับกิจการของบริษัทหรือบริษัทย่อย

9. ไม่มีลักษณะอื่นใดที่ทำให้ไม่สามารถให้ความเห็นอย่างเป็นอิสระเกี่ยวกับการดำเนินงานของบริษัท

* รวมถึงบริษัทใหญ่ บริษัทย่อย บริษัทร่วม ผู้ถือหุ้นรายใหญ่ หรือผู้มีอำนาจควบคุมของบริษัท

การสรรหาผู้บริหารมาดำรงตำแหน่งกรรมการผู้จัดการใหญ่ รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ และตำแหน่งผู้บริหารระดับสูงที่รายงานขึ้นตรงต่อ กรรมการผู้จัดการใหญ่ คณะกรรมการสรรหาและกำหนดค่าตอบแทนเป็นผู้สรรหาคัดเลือก และนำเสนอให้คณะกรรมการบริษัทพิจารณาอนุมัติ โดยสรรหาคัดเลือกจากบุคคลที่มีความรู้ความสามารถ ประสบการณ์ มีคุณธรรมและจริยธรรม ตลอดจนมีความเป็นมืออาชีพที่เหมาะสมมาดำรงตำแหน่ง


นโยบายการจ่ายค่าตอบแทน (Remuneration Policy)

ค่าตอบแทนของกรรมการ

คณะกรรมการสรรหาและกำหนดค่าตอบแทนจะพิจารณาค่าตอบแทนกรรมการจากความรู้ความสามารถ ความเหมาะสมกับภาระหน้าที่และความรับผิดชอบของกรรมการ รวมถึงการขยายตัวทางธุรกิจ ผลการดำเนินงานของบริษัท และการเติบโตทางผลกำไรของบริษัท ตลอดจนพิจารณาเปรียบเทียบกับการจ่ายค่าตอบแทนกรรมการของบริษัทชั้นนำในกลุ่มอุตสาหกรรมเดียวกัน นำเสนอคณะกรรมการบริษัทพิจารณาให้ความเห็นชอบ และเสนอขออนุมัติต่อที่ประชุมผู้ถือหุ้น ค่าตอบแทนของผู้บริหาร

คณะกรรมการสรรหาและกำหนดค่าตอบแทนเป็นผู้พิจารณาค่าตอบแทนผู้บริหารระดับสูง โดยพิจารณาปัจจัยต่างๆ จากหน้าที่ความรับผิดชอบ ผลการดำเนินงานทางธุรกิจของบริษัท การดำเนินงานตามนโยบายที่ได้รับจากคณะกรรมการบริษัท การบริหารงานภายใต้สภาวการณ์เศรษฐกิจและสังคม ความสามารถในการพัฒนาธุรกิจ รวมถึงการปรับปรุงประสิทธิภาพในการดำเนินงานให้ดีขึ้นในแต่ละปีและนำเสนอค่าตอบแทนของผู้บริหารระดับสูงที่เหมาะสมต่อคณะกรรมการบริษัทเพื่อพิจารณาอนุมัติ


การบริหารความเสี่ยงขององค์กร (Enterprise Risk Management: ERM)

บริษัท ทิพยประกันชีวิต จำกัด (มหาชน) (บริษัทฯ) ตระหนักว่าการบริหารความเสี่ยงเป็นส่วนหนึ่งของการกำกับดูแลกิจการที่ดี ซึ่งเป็นพื้นฐานสำคัญที่ช่วยให้สามารถบรรลุวัตถุประสงค์ของบริษัทได้ทั้งนี้การบริหารความเสี่ยง จะช่วยสนับสนุนให้บริษัทมีการตัดสินใจที่ดีขึ้น และช่วยให้มองเห็นโอกาสตลอดจนสามารถบรรเทาผลกระทบจากเหตุการณ์สำคัญที่อาจเกิดขึ้นได้ ดังนั้น บริษัทจึงได้กำหนดนโยบายการบริหารความเสี่ยง (Enterprise Risk Management Policy) ฉบับนี้ซึ่งเป็น ส่วนหนึ่งของกรอบการบริหารความเสี่ยง (Enterprise Risk Management Framework) ของบริษัท เพื่อเป็นแนวทางในการปฏิบัติงานในกระบวนการบริหารความเสี่ยงของ บริษัทให้สอดคล้องกับแผนธุรกิจโดยรวม

บริษัทกำหนดแนวทางในการบริหารจัดการความเสี่ยงของบริษัท ดังต่อไปนี้

1. กำหนดโครงสร้างการกำกับดูแลการบริหารความเสี่ยง 3 ด่าน (The Three Lines of Defense) มาใช้เป็นแนวทางในการกำหนดโครงสร้างการกำกับดูแลการบริหารความเสี่ยง

2. กำหนดบทบาทหน้าที่และความรับผิดชอบในการบริหารความเสี่ยงของผู้ที่เกี่ยวข้องทั้งองค์กร เพื่อให้การบริหารความเสี่ยงของบริษัทเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ

3. ระบุเหตุการณ์ความเสี่ยงที่เกิดจากทั้งปัจจัยภายนอกและปัจจัยภายในที่ส่งผลกระทบต่อบริษัท ทั้งในทางการเงินและที่มิใช่ทางการเงิน

4. ประเมินปัจจัยทั้งภายในและภายนอกอันอาจส่งผลกระทบอย่างมีนัยสำคัญต่อการดำเนินธุรกิจของบริษัทในอันที่จะนำมาใช้ในการปรับปรุงมาตรการใน การบริหารความเสี่ยง

5. กาหนดมาตรการต่างๆ ในอันที่จะสามารถบริหารจัดการความเสี่ยงให้เหมาะสมกับสภาวการณ์ทั้งภายในและภายนอกเพื่อป้องกันความเสียหายที่อาจ เกิดขึ้นได้ในอนาคต

6. รายงานความเสี่ยงที่สำคัญขององค์กร รวมถึงสถานะความเสี่ยง ความคืบหน้า และการปฏิบัติตามมาตรการบริหารความเสี่ยงให้แก่คณะกรรมการ อย่างสม่ำเสมอ

ติดต่อเรา

  • บริษัท ทิพยประกันชีวิต จำกัด (มหาชน)
  • 63/2 อาคาร บริษัท ทิพยประกันภัย จำกัด (มหาชน)
  • ชั้น 1,3,4,5 และ 6 ถนนพระราม 9
  • แขวงห้วยขวาง เขตห้วยขวาง กรุงเทพฯ 10310
  • DLA Call Center
  • โทร. 0-2118-5555
  • โทรสาร 0-2118-5601